มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

france kgm

สนาม: สุขภาพ Tencent

บทนำ: ยากเอ่ยคำ กลั่นจากอก แต่พลัน จันทร์ตรีโกณอังคาร ณ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา ตรงกับพุธ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ คสชจำเอ่ย ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะจะจะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะฝากกับสื่อว่า อยากให้ดูว่า ผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปี ได้ทำอะไรไว้บ้าง? ครับคืนวาน อาถรรพณ์สรรพคราสเค้นจันทร์ร้องไห้จนน้ำตาเลือดอาบฟ้า โหราจารย์บอกว่า ระวัง จะเป็นน้ำตาจากทุกข์ทนหม่นไหม้ชาวประชา และนั่น นำสู่การ พลิกฟ้า-พลิกดิน อีกครั้ง ที่ไม่คาดกันมาก่อน! แต่สรุปว่า บ้านจะสุข เมืองจะมีสง่าราศี กับสิ่งดี-สิ่งใหม่! ไม่ต้องไปถอดรหัส หรือตีความกับวลี ผมพร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ ของพลเอกประวิตร คำพูดทหาร ชัด ตรงตัว ไม่อ้อมค้อม เมื่อท่านเอ่ยผ่านสื่อถึงสาธารณะว่า พร้อมจะไป ก็หมายความว่า ท่านตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจ ไปจากตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แน่นอน! เพราะเงื่อนไขการไป-ไม่ไปของท่าน ที่ว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ นั้น มัน ชัด และ ใช่ อยู่แล้ว! มิใช่ ไม่ต้องการท่าน เพียงแต่ในสถานการณ์นี้ อยากให้ท่าน เห็นแก่สถานการณ์ สลับหน้าชน บ้างเท่านั้น! ๕๐ ปี ในงานราชการทหาร และอีก ๓ ปี ๘ เดือน ในงานรัฐบาล คสช เพื่อส่วนร่วม เพื่อธำรงความมั่นคงประเทศและสถาบัน พลเอกประวิตร ท่าน เสียสละ เพื่อสิ่งนั้น เป็นที่ประจักษ์มามากแล้ว และการประกาศ จะไปจากตำแหน่งนี้ นี่ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง อาจหาญยิ่งใหญ่ พิสูจน์ชายชาติทหารในการเสียสละของท่าน ในเมื่อประชาชน พอใจ-ต้องการ ให้น้องร่วมสาบานท่าน เป็น กระบี่เดียวค้ำฟ้า มีอันใดเล่า ที่พี่ใหญ่จะไม่ยินดี!? น้องสำเร็จ เท่ากับพี่สำเร็จ ในงานกอบกู้ ชาติ-ราชบัลลังก์ และสังคมชาติ ที่ร่วมเป็น-ร่วมตายด้วยกัน จาก ๒๒ พฤษภา ๕๗ ครั้งนี้ เพียงพี่ถอยตามยุทธวิธี จากแถวหน้า ไประวังหลังอยู่ในสถานะ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สลายแผน ฝ่ายตรงข้าม วืดไปทันที ตารุก-ตาฆาตในกระดานหมากจะเปิดโล่ง ให้ คสชทิ่มเบี้ย โคนเบียด ม้าสกัด สะกดด้วยเรือ รุกไล่ เดี๋ยวก็เหลือพื้นที่เดิน แค่ โรงพัก กับ ห้องรอประกัน เท่านั้นแหละ! ตลอดชีวิตท่าน ดูเหมือน เมื่อวาน (๓๑ มค๖๑) เป็นครั้งแรก ที่ท่านยืนหน้าไมค์ ด้วย ความในใจ ที่ถอดร้อยเรียงลงแผ่นกระดาษพร้อมสรรพ เป็นใครๆ ก็ไม่ง่ายเลย พูดน่ะไม่ยาก แต่การพูดเหมือนประกาศ ลาแล้ว จากตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล คสชประหนึ่ง จำใจ ต่อหน้าพี่น้องทหาร และบรรดานักข่าว มัน ยากจริงๆ ! ดังนั้น แม้ร่างไว้ล่วงหน้า แต่เมื่อถึงคราเอ่ยข้อความสำคัญสุดท้าย ก้อนแห่งความอัดอั้น จะระคนน้อยเนื้อต่ำใจ หรือคับแค้นอันใด ก็ยากเดา ท่านสะดุดตรงคำว่า ผมพร้อมที่จะจะอยู่ ๒-๓ ครั้ง ก่อนต่อประโยคให้สมบูรณ์ ด้วยเนื้อความว่า จะไปจากตำแหน่งนี้ ! อย่าว่าแต่เจ้าของคำเลย ผมเชื่อว่าผู้ฟังคำแทบทุกคนก็รู้สึกสะท้อน ด้วยเข้าใจ-เห็นใจท่าน เท่ากับที่ท่าน เข้าใจประชาชน และ เห็นน้ำใจ น้องเล็กของท่านที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ! ใครอยู่ในจุดนี้ ก็เหมือน พี่ใหญ่-น้องเล็ก คู่นี้ มันยากจริงๆ ทั้งการตัดสินใจ และการทำใจ ทำงานใหญ่ น้ำใจต้องไม่ฟุ่มเฟือย ถึงตอนนี้ ผมชักจะเข้าใจและเห็นใจท่านประธาน เหมาเจ๋อตง ว่าการปลดแอกประชาชนสู่ความเป็น จีน ยิ่งใหญ่วันนี้ สหายต้องตายให้สหาย ไปไม่รู้เท่าไหร่? เอาล่ะ เมื่อพี่ใหญ่ประกาศ พร้อมลาออก เช่นนี้ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล จะทำอย่างไรต่อไป? นี่ทั้งมิตร ทั้งศัตรู จ้องดูเขม็ง! พูดกันทางการเมือง รัฐมนตรีเมื่อประกาศต่อสาธารณะเช่นนี้ ถือว่า มีผล ในทางลาออกไปแล้ว แต่รัฐบาลเผด็จการ จะยึดธรรมเนียมปฏิบัตินั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่านนายกฯ ผมว่าพี่กับน้องคงได้หารือกัน ก่อนพี่ใหญ่จะตัดสินใจประกาศต่อสาธารณะเมื่อวาน ดังนั้น ไม่นานเกินการณ์ การสลับตัวเดิน ก็ต้องได้เห็น นายกฯ คงต้องนั่งควบเก้าอี้ รัฐมนตรีกลาโหม แทนพลเอกประวิตร ไปน่ะ ไม่ใช่ไปลับหรือไปเลย หากแต่ไปคุมทัพอยู่ใน บอร์ด คสช ซึ่งคุมนโยบายรัฐบาลอีกที! ผมขอย้ำ เรื่อง เลื่อนเลือกตั้ง นั้นน่ะ ประชาชนไม่ซีเรียส จะปลายปี ๖๑ หรือต้นปี ๖๒ ไม่ต่างกันตรงไหน และก็พอเข้าใจ ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมก็ต้องเลื่อน โดยทิ้ง ช่วงห่าง ไว้แบบนี้ เพราะอะไรน่ะหรือ? คืออย่างที่ผมเคยคุยตรงนี้ไป ๒-๓ ครั้งแล้ว บ้านเมืองอยู่ในช่วงรอยต่อแผ่นดิน งาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผ่านไปแล้วก็จริง แต่ขณะนี้ อยู่ในช่วงรื้อถอนและย้ายพระเมรุมาศออกจากท้องสนามหลวง ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอาคารจัดแสดงนิทรรศการที่ จปทุมธานี ใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน ตามกำหนด ราวๆ กลางเดือนมีนา ๖๑ นั่นแหละ จะแล้วเสร็จ และส่งมอบพื้นที่ให้ กทมปรับแต่งภูมิทัศน์ต่อไป แต่ที่สำคัญสูงสุด ต้องไม่ลืม บ้านเมืองยังมีพระราชพิธีสำคัญยิ่ง ที่ต้องกระทำต่อจากนี้รออยู่พระราชพิธีหนึ่ง คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐ คงจำกันได้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร องค์พระรัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พศ๒๔๖๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธย เนื่องในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หมายความว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างไปสู่ขั้นตอน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อมีพระราชพิธีแล้ว จึงจะขานพระนามพระองค์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็น ในหลวง รัชกาล ที่ ๑๐ ครบถ้วน สมบูรณ์ ทุกประการ ส่วนจะกำหนดวันไหน เมื่อไหร่ เป็นพระราชวินิจฉัย ในทางรัฐบาล เท่าที่ทราบ รองฯ วิษณุ เครืองาม มอบให้ กระทรวงวัฒนธรรม จัดเตรียมงานเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว เมื่อกลางเดือนมกรา พระราชพิธีสำคัญยิ่งเช่นนี้ พูดถึงด้านรัฐบาล ต้องตระเตรียมต้องติดต่อประสาน ทั้งในและนอกประเทศมากมาย พูดกันจริงๆ งานระดับนี้ ๖ เดือน เพื่อการเตรียมให้พร้อม ไม่แน่ว่าจะพอ ดังนั้น ถ้าจะกำหนดวันเลือกตั้ง ตามที่กะการณ์ไว้เดิมว่า ราวๆ เดือนพฤจิกา เสี่ยงมาก ที่งานพระราชพิธี กับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้ง อาจประจวบเวลาคาบเกี่ยวกัน ซึ่งไม่เหมาะสมเลย อีกทั้ง เมื่อประกาศวันเลือกตั้ง รัฐบาลก็จะอยู่ในฐานะ รักษาการ ไม่ถูกต้อง-ไม่เหมาะสมเช่นกัน ถ้าพระราชพิธีสำคัญยิ่งนั้น ผู้รับสนองพระราชโองการ จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เมื่อตรองตามนี้ ผมเข้าใจ และเห็นในความจำเป็น ที่ต้องเลื่อนเลือกตั้งด้วยเงื่อนไข ประกาศกฎหมายเลือกตั้งไปก่อน ๙๐ วัน แล้วจึงจะมีผลบังคับใช้ ส่วนจะเลือกตั้งวันไหน ค่อยว่ากันต่อจากนั้น? เป็นเรื่องความรอบคอบของรัฐบาล บนความรับผิดชอบ มากกว่าเป็นเล่ห์-เป็นเหลี่ยม หวังอยู่ในอำนาจเผด็จการนานๆ ก็อยากให้ตรองกันตามนี้ และไอ้พวกกเฬวรากแผ่นดิน ที่กระดี๊-กระด๊า นึกว่ารัฐบาลประยุทธ์ขาลง แล้วแห่กันรุมทึ้งนั่นน่ะ ต่อให้พ่อมึงทั้งยูเอ็นยกมามะรุมมะตุ้มด้วย จะแจก กล้วย เป็นซูวีเนียร์ให้คนละใบ! ...

มิชิโกะ ฮายางาวะ

สนาม: เครือข่ายวิทยุและโทรทัศน์ Chifeng

บทนำ: หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป

bm88 เครดิต ฟรี 1️⃣2021
jxt | <动态当天时间> | อ่าน(795) | แสดงความคิดเห็น(411)
ยากเอ่ยคำ กลั่นจากอก แต่พลัน จันทร์ตรีโกณอังคาร ณ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา ตรงกับพุธ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ คสชจำเอ่ย ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะจะจะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะฝากกับสื่อว่า อยากให้ดูว่า ผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปี ได้ทำอะไรไว้บ้าง? ครับคืนวาน อาถรรพณ์สรรพคราสเค้นจันทร์ร้องไห้จนน้ำตาเลือดอาบฟ้า โหราจารย์บอกว่า ระวัง จะเป็นน้ำตาจากทุกข์ทนหม่นไหม้ชาวประชา และนั่น นำสู่การ พลิกฟ้า-พลิกดิน อีกครั้ง ที่ไม่คาดกันมาก่อน! แต่สรุปว่า บ้านจะสุข เมืองจะมีสง่าราศี กับสิ่งดี-สิ่งใหม่! ไม่ต้องไปถอดรหัส หรือตีความกับวลี ผมพร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ ของพลเอกประวิตร คำพูดทหาร ชัด ตรงตัว ไม่อ้อมค้อม เมื่อท่านเอ่ยผ่านสื่อถึงสาธารณะว่า พร้อมจะไป ก็หมายความว่า ท่านตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจ ไปจากตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แน่นอน! เพราะเงื่อนไขการไป-ไม่ไปของท่าน ที่ว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ นั้น มัน ชัด และ ใช่ อยู่แล้ว! มิใช่ ไม่ต้องการท่าน เพียงแต่ในสถานการณ์นี้ อยากให้ท่าน เห็นแก่สถานการณ์ สลับหน้าชน บ้างเท่านั้น! ๕๐ ปี ในงานราชการทหาร และอีก ๓ ปี ๘ เดือน ในงานรัฐบาล คสช เพื่อส่วนร่วม เพื่อธำรงความมั่นคงประเทศและสถาบัน พลเอกประวิตร ท่าน เสียสละ เพื่อสิ่งนั้น เป็นที่ประจักษ์มามากแล้ว และการประกาศ จะไปจากตำแหน่งนี้ นี่ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง อาจหาญยิ่งใหญ่ พิสูจน์ชายชาติทหารในการเสียสละของท่าน ในเมื่อประชาชน พอใจ-ต้องการ ให้น้องร่วมสาบานท่าน เป็น กระบี่เดียวค้ำฟ้า มีอันใดเล่า ที่พี่ใหญ่จะไม่ยินดี!? น้องสำเร็จ เท่ากับพี่สำเร็จ ในงานกอบกู้ ชาติ-ราชบัลลังก์ และสังคมชาติ ที่ร่วมเป็น-ร่วมตายด้วยกัน จาก ๒๒ พฤษภา ๕๗ ครั้งนี้ เพียงพี่ถอยตามยุทธวิธี จากแถวหน้า ไประวังหลังอยู่ในสถานะ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สลายแผน ฝ่ายตรงข้าม วืดไปทันที ตารุก-ตาฆาตในกระดานหมากจะเปิดโล่ง ให้ คสชทิ่มเบี้ย โคนเบียด ม้าสกัด สะกดด้วยเรือ รุกไล่ เดี๋ยวก็เหลือพื้นที่เดิน แค่ โรงพัก กับ ห้องรอประกัน เท่านั้นแหละ! ตลอดชีวิตท่าน ดูเหมือน เมื่อวาน (๓๑ มค๖๑) เป็นครั้งแรก ที่ท่านยืนหน้าไมค์ ด้วย ความในใจ ที่ถอดร้อยเรียงลงแผ่นกระดาษพร้อมสรรพ เป็นใครๆ ก็ไม่ง่ายเลย พูดน่ะไม่ยาก แต่การพูดเหมือนประกาศ ลาแล้ว จากตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล คสชประหนึ่ง จำใจ ต่อหน้าพี่น้องทหาร และบรรดานักข่าว มัน ยากจริงๆ ! ดังนั้น แม้ร่างไว้ล่วงหน้า แต่เมื่อถึงคราเอ่ยข้อความสำคัญสุดท้าย ก้อนแห่งความอัดอั้น จะระคนน้อยเนื้อต่ำใจ หรือคับแค้นอันใด ก็ยากเดา ท่านสะดุดตรงคำว่า ผมพร้อมที่จะจะอยู่ ๒-๓ ครั้ง ก่อนต่อประโยคให้สมบูรณ์ ด้วยเนื้อความว่า จะไปจากตำแหน่งนี้ ! อย่าว่าแต่เจ้าของคำเลย ผมเชื่อว่าผู้ฟังคำแทบทุกคนก็รู้สึกสะท้อน ด้วยเข้าใจ-เห็นใจท่าน เท่ากับที่ท่าน เข้าใจประชาชน และ เห็นน้ำใจ น้องเล็กของท่านที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ! ใครอยู่ในจุดนี้ ก็เหมือน พี่ใหญ่-น้องเล็ก คู่นี้ มันยากจริงๆ ทั้งการตัดสินใจ และการทำใจ ทำงานใหญ่ น้ำใจต้องไม่ฟุ่มเฟือย ถึงตอนนี้ ผมชักจะเข้าใจและเห็นใจท่านประธาน เหมาเจ๋อตง ว่าการปลดแอกประชาชนสู่ความเป็น จีน ยิ่งใหญ่วันนี้ สหายต้องตายให้สหาย ไปไม่รู้เท่าไหร่? เอาล่ะ เมื่อพี่ใหญ่ประกาศ พร้อมลาออก เช่นนี้ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล จะทำอย่างไรต่อไป? นี่ทั้งมิตร ทั้งศัตรู จ้องดูเขม็ง! พูดกันทางการเมือง รัฐมนตรีเมื่อประกาศต่อสาธารณะเช่นนี้ ถือว่า มีผล ในทางลาออกไปแล้ว แต่รัฐบาลเผด็จการ จะยึดธรรมเนียมปฏิบัตินั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่านนายกฯ ผมว่าพี่กับน้องคงได้หารือกัน ก่อนพี่ใหญ่จะตัดสินใจประกาศต่อสาธารณะเมื่อวาน ดังนั้น ไม่นานเกินการณ์ การสลับตัวเดิน ก็ต้องได้เห็น นายกฯ คงต้องนั่งควบเก้าอี้ รัฐมนตรีกลาโหม แทนพลเอกประวิตร ไปน่ะ ไม่ใช่ไปลับหรือไปเลย หากแต่ไปคุมทัพอยู่ใน บอร์ด คสช ซึ่งคุมนโยบายรัฐบาลอีกที! ผมขอย้ำ เรื่อง เลื่อนเลือกตั้ง นั้นน่ะ ประชาชนไม่ซีเรียส จะปลายปี ๖๑ หรือต้นปี ๖๒ ไม่ต่างกันตรงไหน และก็พอเข้าใจ ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมก็ต้องเลื่อน โดยทิ้ง ช่วงห่าง ไว้แบบนี้ เพราะอะไรน่ะหรือ? คืออย่างที่ผมเคยคุยตรงนี้ไป ๒-๓ ครั้งแล้ว บ้านเมืองอยู่ในช่วงรอยต่อแผ่นดิน งาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผ่านไปแล้วก็จริง แต่ขณะนี้ อยู่ในช่วงรื้อถอนและย้ายพระเมรุมาศออกจากท้องสนามหลวง ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอาคารจัดแสดงนิทรรศการที่ จปทุมธานี ใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน ตามกำหนด ราวๆ กลางเดือนมีนา ๖๑ นั่นแหละ จะแล้วเสร็จ และส่งมอบพื้นที่ให้ กทมปรับแต่งภูมิทัศน์ต่อไป แต่ที่สำคัญสูงสุด ต้องไม่ลืม บ้านเมืองยังมีพระราชพิธีสำคัญยิ่ง ที่ต้องกระทำต่อจากนี้รออยู่พระราชพิธีหนึ่ง คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐ คงจำกันได้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร องค์พระรัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พศ๒๔๖๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธย เนื่องในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หมายความว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างไปสู่ขั้นตอน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อมีพระราชพิธีแล้ว จึงจะขานพระนามพระองค์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็น ในหลวง รัชกาล ที่ ๑๐ ครบถ้วน สมบูรณ์ ทุกประการ ส่วนจะกำหนดวันไหน เมื่อไหร่ เป็นพระราชวินิจฉัย ในทางรัฐบาล เท่าที่ทราบ รองฯ วิษณุ เครืองาม มอบให้ กระทรวงวัฒนธรรม จัดเตรียมงานเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว เมื่อกลางเดือนมกรา พระราชพิธีสำคัญยิ่งเช่นนี้ พูดถึงด้านรัฐบาล ต้องตระเตรียมต้องติดต่อประสาน ทั้งในและนอกประเทศมากมาย พูดกันจริงๆ งานระดับนี้ ๖ เดือน เพื่อการเตรียมให้พร้อม ไม่แน่ว่าจะพอ ดังนั้น ถ้าจะกำหนดวันเลือกตั้ง ตามที่กะการณ์ไว้เดิมว่า ราวๆ เดือนพฤจิกา เสี่ยงมาก ที่งานพระราชพิธี กับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้ง อาจประจวบเวลาคาบเกี่ยวกัน ซึ่งไม่เหมาะสมเลย อีกทั้ง เมื่อประกาศวันเลือกตั้ง รัฐบาลก็จะอยู่ในฐานะ รักษาการ ไม่ถูกต้อง-ไม่เหมาะสมเช่นกัน ถ้าพระราชพิธีสำคัญยิ่งนั้น ผู้รับสนองพระราชโองการ จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เมื่อตรองตามนี้ ผมเข้าใจ และเห็นในความจำเป็น ที่ต้องเลื่อนเลือกตั้งด้วยเงื่อนไข ประกาศกฎหมายเลือกตั้งไปก่อน ๙๐ วัน แล้วจึงจะมีผลบังคับใช้ ส่วนจะเลือกตั้งวันไหน ค่อยว่ากันต่อจากนั้น? เป็นเรื่องความรอบคอบของรัฐบาล บนความรับผิดชอบ มากกว่าเป็นเล่ห์-เป็นเหลี่ยม หวังอยู่ในอำนาจเผด็จการนานๆ ก็อยากให้ตรองกันตามนี้ และไอ้พวกกเฬวรากแผ่นดิน ที่กระดี๊-กระด๊า นึกว่ารัฐบาลประยุทธ์ขาลง แล้วแห่กันรุมทึ้งนั่นน่ะ ต่อให้พ่อมึงทั้งยูเอ็นยกมามะรุมมะตุ้มด้วย จะแจก กล้วย เป็นซูวีเนียร์ให้คนละใบ! 【อ่านข้อความเต็ม】
j5f | <动态当天时间> | อ่าน(906) | แสดงความคิดเห็น(844)
วิษณุ ยัน คลัง-กรมบังคับคดี เดินหน้าอายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ย้ำยังมีเวลา 10 ปี ทนายปูเผยตั้งแต่ กค60 โดนยึดทรัพย์สินกว่า 30 รายการ รวมบ้านนวมินทร์มูลค่า 110 ล้าน ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนของกระทรวงการคลังในการเดินหน้าสืบทรัพย์ หลังศาลปกครองยกคำร้องคำขอทุเลาการยึดทรัพย์ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า กระทรวงการคลังสามารถเดินหน้าสืบทรัพย์ได้ เพราะคนที่เกี่ยวข้องมี 2 ส่วน คือ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้ทรัพย์ และกรมบังคับคดี ที่มีอำนาจในการยึดหรืออายัดตามที่กระทรวงการคลัง ในฐานะเจ้าหนี้ได้ชี้ทรัพย์ หากไม่สามารถนำยึดได้ เพราะหาทรัพย์ไม่เจอ มีระยะเวลา 10 ปี ตามอายุความ ระหว่างนี้เจออะไรสามารถดำเนินการได้ จนกว่าจะมีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอทุเลาใหม่ ซึ่งร้องได้เรื่อยๆ แต่คงต้องดูเป็นกรณีไป เพราะการร้องต่อศาลปกครองต้องดูว่าเขาร้องอะไร ถ้าร้องขอทุเลาแปลว่าสำหรับอนาคต ที่ผ่านไปแล้วถือว่าจบ เมื่อถามว่า ในคำสั่งยกคำร้องของศาลระบุว่า มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เป็นหน้าที่ของใครในการติดตามทรัพย์ นายวิษณุกล่าวว่า กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ต้องเป็นผู้เสาะหา แล้วให้เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีไปจัดการ ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือแล้ว เพราะหน่วยงานต่างๆ ต่างรู้หน้าที่ตัวเอง เมื่อศาลมีคำสั่งออกมาเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องไปบอกอะไร ที่ผ่านมาได้มีการอายัดอะไรไปพอสมควรแล้วเท่าที่ทำได้ แม้จะยังไม่มากเท่าจำนวนที่พึงยึดก็ตาม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นการอายัดเอาไว้ก่อน แต่ไม่ต่างอะไรกับการไปยึด เพราะไม่สามารถจะทำอะไรกับทรัพย์นั้น หรือยักย้ายไม่ได้แล้ว ส่วนการจะนำทรัพย์ดังกล่าวเข้าคลังได้จะต้องให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไรอีก เช่น ไม่มีคดี หรือจบเรื่องไปแล้ว ทางด้าน นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ นสยิ่งลักษณ์ ในคดีที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งให้ นสยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช) จำนวน 35 หมื่นล้านบาทเศษ ว่า กรมบังคับคดีได้มีการแจ้งยึดอายัดทรัพย์ไปแล้วตั้งแต่เดือน กค2560 จนถึงปัจจุบันรวม 37 รายการ อาทิ บ้านที่นวมินทร์ รวมถึงที่ดินทั้งใน กทมและต่างจังหวัด คอนโด และบัญชีเงินฝาก การยึดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ กรมบังคับคดียึดไปหมดแล้ว เป็นการดำเนินการล่วงหน้าโดยอาศัยคำสั่ง คสชตามมาตรา 44 ที่ให้คุ้มครองเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการลักษณะนี้ เหมือนการลงโทษก่อนมีคำพิพากษา ขณะนี้ต้องรอคำพิพากษาของศาลต่อไป ถ้ามีการเพิกถอนภายหลังก็สามารถเยียวยาได้ ซึ่งจะเกิดความยุ่งยาก ชื่อเสียงที่เสียหายไปก็ชดเชยไม่ได้ นายนพดลระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามข้อมูลแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นสยิ่งลักษณ์ ที่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พบว่า บ้านพักอาศัย 2 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 38/9 ซอยนวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ พร้อมสนามฟุตบอล ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 5 ของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มีมูลค่าปัจจุบันที่ 110 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 มคที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของ นสยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา (ครั้งที่ 2) ในคดีหมายเลขดำที่ 1996/2559 ระหว่าง นสยิ่งลักษณ์ ผู้ฟ้องคดี กับ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับการอายัดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ โดยกรมบังคับคดีนั้นประกอบด้วย 1อายัดบัญชีเงินฝาก 16 บัญชี และ 2อายัดเงินส่วนแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลายของศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำที่ ล13430/2552 และยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 37 รายการ ประกอบด้วย ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 4 รายการ คือ 1บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57310 เขตบางขุนเทียน 2บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57430 เขตบางขุนเทียน 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 16505 เขตบึงกุ่ม (สนามฟุตบอล) 4บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 70389 เขตบึงกุ่ม ส่วนที่ดินว่างเปล่า 3 รายการ คือ 1ที่ดินโฉนดเลขที่ 25401 เขตบึงกุ่ม 2ที่ดินโฉนดเลขที่ 10005 อบางบ่อ จสมุทรปราการ 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 7480 กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ และห้องชุด 30 รายการ ได้แก่ 1ห้องชุดเซ็น ทริค ซีน สุขุมวิท 64 เขตบางนา 2 ห้อง และ 2ห้องชุดยูคอมเพล็กซ์ คอนโดมิเนียม กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ จำนวน 28 ห้อง【อ่านข้อความเต็ม】
vjl | <动态当天时间> | อ่าน(527) | แสดงความคิดเห็น(402)
ตรออกหมายเรียก 39 แกนนำกลุ่มฟื้นฟู ปชต ฐานร่วมชุมนุมในที่สาธารณะในรัศมี 150 เมตรจากวังของพระรัชทายาทฯ ศรีวราห์ ลั่นไม่มีทางยอม อ้างกฎหมายห้ามเด็ดขาด เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่ออีก 66 คน ขู่ 10 กพมาอีกถูกดำเนินอีก บิ๊กเจี๊ยบ กำชับฝ่ายความมั่นคงใช้กฎหมายเข้ม หวั่นเป็นจุดเริ่มต้นสู่ความรุนแรง ด้านตัวแทนเครือข่ายวีวอล์ก 8 คนเข้าพบ พงสคลองหลวง จี้ คสชเคารพคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) วันที่ 31 มกราคม พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบตร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ซึ่งจัดกิจกรรมระดมพลคนอยากเลือกตั้งต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) บนสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน หลัง พอบุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมายของ คสช เข้าร้องทุกข์พนักงานสอบสวน สนปทุมวัน ดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ โรม, นายสรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ พร้อมพวกรวม 7 คน ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสชที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน และ ม116 ยุยงปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ ว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ พนักงานสอบสวน สนปทุมวันได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว ตามคดีอาญาเลขที่ 121/2561 รอง ผบตรกล่าวว่า ต่อมาวันที่ 30 พยที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้เชิญนางนวพร กลิ่นบัวแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตปทุมวัน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ยืนยันว่าจุดที่จัดให้มีการชุมนุมเป็นพื้นที่สาธารณะ พตทสมัคร ปัญญาวงค์ รอง ผกก(สอบสวน) หัวหน้างานสอบสวน สนปทุมวัน ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพิ่มเติม และได้ออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนวันศุกร์ที่จะถึงนี้ จำนวน 39 คน ประกอบไปด้วย นายรังสิมันต์ โรม, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นางสาวณัฏฐา มหัทนา, นายอานนท์ นาภา, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล แกนนำในการชุมนุม นอกจากนั้น ยังมีนายวีระ สมความคิด นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำในการชุมนุม, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นางมัทนา อัจจิมา แนวร่วมคนเสื้อแดง, นสพัฒน์นรี ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์, นายเอกศักดิ์ สุพรรณขันธ์ นางรักษิณี แก้ววัชระสังสี นางจุฑามาศ ทรงเสี่ยงไชย นางพรนิภา งามบาง แนวร่วมคนเสื้อแดง, นายกิตติธัช สุมาลย์นพ แนวร่วมกลุ่มนักศึกษาจุฬาฯ, นางสุดสงวน สุธีสร นักวิชาการกลุ่มคนเสื้อแดง, นายกันต์ แสงทอง นักวิชาการ, นายนพพร นามเชียงใต้ แนวร่วมกลุ่มวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ, นายสุวัฒน์ ลิ้มสุวรรณ นักวิชาการอิสระ, นางกมลวรรณ หาสาลี คนเสื้อแดงพระราม 9, นางนัตยา ภานุทัต แนวร่วมคนเสื้อแดง, นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ฉายา ฟอร์ด เส้นทางสีแดง , นางประนอม พูลทวี คนเสื้อแดง จสมุทรปราการ นายสงวน คุ้มรุ่งโรจน์ นายสุรศักดิ์ อัศวะเสนา นางพรวลัย ทวีธนวาณิชย์ นางสุวรรณา ตาลเหล็ก นางนภัสสร บุญรีย์ แนวร่วมคนเสื้อแดง, นสอรัญญิกา จังหวะ นักศึกษา มเกษตรศาสตร์, นายพรชัย ประทีปเทียนทอง นายวรัญชัย โชคชนะ แนวร่วมคนเสื้อแดง,นายนพเกล้า คงสุวรรณ นายคุณภัทร คะชะนา นายสามารถ เตชะธีรรัตน์ นสอ้อมทิพย์ เกิดผลานนท์ นายวราวุธ ฐานังกรณ์ แนวร่วมกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และนายเดชรัตน์ สุขกำเนิด นักวิชาการ มเกษตรศาสตร์ ในความผิดฐาน ร่วมกันชุมนุมในที่สาธารณะในรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร จากวังของพระรัชทายาทหรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป อันเป็นความผิดตาม พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 มาตรา 7 วรรคแรก พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว จะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป พลตอศรีวราห์กล่าวว่า ยังมีผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่ออีก 66 คน สตชขอประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มมวลชนและพี่น้องประชาชนทั่วไป ได้รับทราบถึงข้อกฎหมายในเรื่องของการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย อาจมีความผิดตาม พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 นอกจากนี้ การยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีอัตราโทษสูงลั่นไม่มีทางยอม ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเอาจริง เพราะผู้ชุมนุม ชุมนุม 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน ไม่มีทางยอม กฎหมายห้ามเด็ดขาด ถึงแม้จะขออนุญาตก็ให้ไม่ได้ เบื้องต้นแจ้งออกหมายเรียกข้อหา พรบชุมนุม แต่ถ้าเข้าข่าย ม116 ยุยงปลุกปั่นด้วยหรือไม่ ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้ง ให้ตรวจสอบเรื่องไลฟ์ เรื่องแชร์ เข้าด้วยช่วยกันหรือเปล่า ส่วนวันเสาร์ที่จะถึง ที่มีการนัดหมายชุมนุมกันอีกครั้ง สามารถชุมนุมได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายชุมนุม อย่าเป็นการเมือง ตามคำสั่งที่ 3/2558 อย่ายุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก หรืออย่าฝ่าฝืน พรบการชุมนุม การชุมนุมก็ต้องขออนุญาตก่อน ชุมนุมเปิดเผย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นกติการ่วมกันของคนไทย อย่างไรก็ตาม ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังมือที่สามเข้ามาแทรกซ้อน พลตอศรีวราห์ยังกล่าวถึงกรณีศาลให้การคุ้มครองกลุ่มเดินมิตรภาพว่า ท้ายคำพากษากลุ่มดังกล่าวต้องทำตามกฎหมาย ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน ส่วนกลุ่มที่มาชุมนุมที่สกายวอล์กจะจุดติดหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ตำรวจ ตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและดูแลความปลอดภัย และขอฝากไปยังผู้ชุมนุมที่จะเข้าร่วมกับแกนนำอีกครั้งวันที่ 10 กพ เตือนว่าถ้ามาอีกก็ถูกดำเนินคดีอีก ต่างกรรมต่างวาระ ด้าน พลตทชาญเทพ เสสะเวช ผบชน กล่าวถึงกรณีกลุ่ม we walk เดินมิตรภาพ จะนัดรวมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 10 กพนี้ ว่าอย่าเพิ่งพูดถึงวันนัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ฯ ดูวันที่ 31 มคที่ถูกออกหมายเรียก จะมารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้าคณะ คสช ฐานชุมนุมมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปที่ สนปทุมวันหรือไม่ ถ้าวันที่ 10 กพจะมีการชุมนุม ก็จัดตำรวจไปดูแลรักษาความปลอดภัย แต่ต้องทำเรื่องขออนุญาตชุมนุม หากชุมนุมเรื่องการเมืองก็จะไม่อนุญาต เนื่องจากขัดคำสั่ง คสช นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พลตอศรีวราห์จะเอาผิดกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยว่า ตาม พรบชุมนุมสาธารณะ ไม่สามารถชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานได้ในระยะ 150 เมตร ต่อให้มีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถทำได้ ที่ชุมนุมมีตั้งร้อยแปดพันเก้า ก็ไปเลือกเอาที่อื่น ซึ่งมีตั้งเยอะตั้งแยะ ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้เป็นจำนวนมากว่า ฝ่ายความมั่นคงยังเข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย เพราะเกรงว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรง และนำพาบ้านเมืองกลับไปสู่สถานการณ์เดิม เพราะประเทศเราเคยมีบทเรียนที่เจ็บปวด มีความสูญเสียในอดีต โดยตนกำชับให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ รัดกุม ไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาบานปลาย และเกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน พลอเฉลิมชัยกล่าวว่า สำหรับกรณีนี้ เรามีการพูดคุยกันตลอดเวลา แต่บางคนมีความคิดความเชื่อที่แตกต่างกัน ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ส่วนจะเป็นผลจาก คสชอยู่ในช่วงขาลง และกองหนุนลดลงหรือไม่นั้น คิดว่าไม่เกี่ยวกันโดยตรง อาจเป็นเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง และความต้องการของประชาชนบางส่วนที่ต้องการเลือกตั้งตามกรอบ และอยากให้เลือกตั้งเร็วขึ้น ขอย้ำว่าทุกอย่างเป็นตามกระบวนการกฎหมาย เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดี เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไป ดังนั้นการเรียกร้องและการชุมนุมสามารถแสดงออกได้ แต่อะไรที่ขัดเจตนารมณ์กฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการ เมื่อถามว่า กลุ่มเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มหน้าเดิม มีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ผบทบกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ คิดว่าจะมีความชัดเจนในอนาคต แต่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข เพื่อประกอบอาชีพได้ตามปกติ บางสิ่งบางอย่างอาจไม่ได้ตามที่ใจปรารถนา แต่ถ้าพยายามเรียกร้องให้ได้ตามที่ปรารถนา แล้วเกิดผลกระทบในวงกว้าง เกิดการบาดเจ็บและสูญเสีย คิดว่าเป็นเรื่องไม่บังควรยังไม่บานปลาย ส่วนที่ว่าปัจจุบันมีข้อเสนอให้กองทัพอยู่ข้างประชาชน แยกออกจาก คสชนั้น เลขาธิการ คสชกล่าวว่า ปกติกองทัพไม่ใช่ว่าสนับสนุนใครหรือไม่ได้สนับสนุนใคร แต่กองทัพเป็นกลไกในการบริหารราชการของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย อาจมีบางครั้งที่มีปัญหา กองทัพก็ออกมาแก้ไขปัญหา เช่น วิกฤติการเมือง หากปล่อยไว้จะเป็นความเสียหายของชาติบ้านเมือง ปัจจุบันรัฐบาลพยายามวางรากฐานของประเทศ คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำจะสัมฤทธิผลในอนาคต แต่ต้องใช้เวลาบ้าง จนทำให้บางคนพอใจ บางคนไม่พอใจ ก็ออกมาเคลื่อนไหว แต่ถ้ารออีกสักนิด โดยที่ไม่เร่งรัดเกินไป จนก่อให้เกิดผลกระทบเป็นความขัดแย้งที่รุนแรง นำไปสู่ความสูญเสีย มันจะดีกว่าไหม ผบทบกล่าว เมื่อถามว่า เป็นไปได้ไหมที่ทหารจะออกมาจัดการให้เบ็ดเสร็จเหมือนปี 2557 พลอเฉลิมชัยย้อนถามว่า คำว่าเหมือนปี 2557 คืออย่างไร ต้องแยกกัน เพราะปกติกลไกของรัฐใช้กฎหมายปกติ การที่ทหารออกมาแก้ไขปัญหาก็เพราะเป็นวิกฤติของชาติ แต่ปัจจุบันมันไม่มีอะไร มีแค่คนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องที่ทหารต้องออกมาหรือไม่ออกมา ส่วนผู้ที่รับผิดชอบการชุมนุมหรือกลุ่มม็อบ ต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นในการดำเนินการของตนเอง เพราะก็ทราบดีว่าเรามีกฎหมายชุมนุมและกฎหมายต่างๆ อยู่ สถานการณ์ยังไม่บานปลาย เพราะเชื่อว่าจะอยู่แค่นี้ เป็นเพียงการเรียกร้องของคนกลุ่มหนึ่ง แต่คนส่วนใหญ่ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ทำมาหากิน ผบทบ กล่าวเมื่อถามถึงเวลาหรือยังที่กองทัพต้องใช้ยาแรงก่อนสถานการณ์จะบานปลาย ถามว่า กลุ่มการเมืองที่เสียประโยชน์เข้าไปเคลื่อนไหว จะเป็นการเคลื่อนไหวใหญ่หรือไม่ ผบทบกล่าวว่า คงไม่มั้ง เพราะยังไม่มีอะไรเสียประโยชน์ เวลาที่เพิ่มขึ้นมา 90 วันตามร่าง พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สส ทุกคนมีเวลาเท่ากัน ไม่มีใครเสียประโยชน์ คิดว่าพรรคการเมืองเข้าใจอยู่แล้วว่าทำอะไรได้มากแค่ไหน ส่วนคนที่เคลื่อนไหวเป็นแค่การแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง มั่นใจว่าไม่มีอะไร จะพยายามควบคุมสถานการณ์ให้ได้ ส่วนกรณี คสชได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนเครือข่าย People Go Network Forum ที่จัดกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพทั้ง 8 คน ประกอบด้วย นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์, นายอนุสรณ์ อุณโณ, นายนิมิตร์ เทียนอุดม, นายสมชาย กระจ่างแสง, นสแสงศิริ ตรีมรรคา, นางนุชนารถ แท่นทอง, นายอุบล อยู่หว้า, และนายจำนงค์ หนูพันธ์ ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปนั้นเมื่อเวลา 1300 น ทางแกนนำทั้ง 8 คนได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภคลองหลวง โดยมีกลุ่มเครือข่ายฯ เดินทางมาร่วมให้กำลังใจจำนวนมาก ด้านอาจารย์เดชรัต สุขกำเหนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มเกษตรศาสตร์ ได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ คสชและรัฐบาลหยุดคุกคามขัดขวางกิจกรรม we walk เดินมิตรภาพ เคารพในคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง และถอนการแจ้งความดำเนินคดีทั้ง 8 คนทันที ให้เคารพหลักการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2560 ซึ่งได้มีผลบังคับใช้แล้ว ส่งตัวแทนมารับฟังความคิดเห็นปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน และควรทบทวนบทบาทของตนเองที่ผ่านมาว่าได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนหรือไม่ และควรหยุดใช้คำพูดดูหมิ่นประชาชนสร้างความแตกแยกบั่นทอนความน่าเชื่อถือประเทศ จากนั้นทั้งหมดได้เข้าไปพบพนักงานสอบสวน ต่อมาเวลาประมาณ 1700 น ทั้ง 8 คนได้เดินทางลงมาพร้อมกับแบมือชูให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ โดยเป็นมือที่เปื้อนหมึกในการพิมพ์ลายนิ้วมือ นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาให้กับทุกคนทราบในห้องประชุม ก่อนที่จะทำการแยกสอบแต่ละคน โดยมีทนายความไปร่วมรับฟังด้วยจนเสร็จสิ้น และให้การปล่อยตัวเพื่อให้รวบรวมเอกสารมาส่งในวันที่ 20 กพ และจะทราบผลว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสั่งฟ้องหรือไม่ในวันที่ 26 กพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามให้พวกตนจัดกิจกรรม we walk ได้ ช่วงเช้าวันเดียวกัน กลุ่ม We walk เดินมิตรภาพ จำนวน 16 คน ได้เดินทางเข้าสู่เขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาแล้ว และปักหลักอยู่บริเวณสวนสุรนารี(สวนรักษ์) ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) โดยช่วงเช้าวันที่ 1 กพ จะมีการเดินรณรงค์เพื่อเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมของเครือข่ายฯ ก่อนเดินทางไป จขอนแก่นต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
5rd | <动态当天时间> | อ่าน(966) | แสดงความคิดเห็น(690)
ในขณะที่หน่วยงานรัฐนำโดยกระทรวงการคลัง ต่างพาเหรดออกมายืนยันว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าตั้งแต่ปลายปี 2560 จนถึงขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกหรือภาวะเศรษฐกิจโดยรวมนั้น ล่าสุด นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กลับมีความเห็นที่แตกต่าง โดยระบุว่า การส่งออกข้าวในปี 2561 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลควรลงมาดูแลไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วจนเกินไป ซึ่งระดับค่าเงินบาทที่ผู้ส่งออกข้าวแข่งขันราคากับข้าวของประเทศคู่แข่งได้ควรอยู่ที่ 33-335 บาทต่อเหรียญสหรัฐ 【อ่านข้อความเต็ม】
bf5 | <动态当天时间> | อ่าน(420) | แสดงความคิดเห็น(214)
ถอดบทเรียนการดูแลผู้สูงอายุ รพสตบ้านทำเนียบที่สุราษฎร์ 01 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
zzn | 2021-08-02 | อ่าน(482) | แสดงความคิดเห็น(309)
ฝนถล่มกรุงอีกระลอก น้ำท่วมถนนหลายสาย สุขุมวิทขาเข้าแทบเป็นอัมพาต สมุทรปราการก็อ่วม กรมอุตุฯ ชี้เกิดจากภาวะอากาศแปรปรวน ทำให้อุณหภูมิลดลงอีก ขณะที่ภาคใต้คลื่นลมแรง เช้าวันที่ 31 มกราคมนี้ เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากรายงานของสถานีวิทยุ สวพ FM 91 ระบุพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ถนนบางนา-ตราด หน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว น้ำท่วมผิวจราจร, ถนนบางนา-ตราด หน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ฝนตกหนัก น้ำท่วมสูงผิวจราจร, ถนนเทพรัตน ขาเข้า ผ่านหน้าไทวัสดุ บางนา ฝนตกแรง ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ค่อยดี และมีน้ำท่วมขัง, ถนนเทพรัตน ขาเข้า ช่วงหน้าเมกา บางนา ช่องทางขนาน น้ำท่วมสูง รถติดขัด, ถนนศรีนครินทร์ ขาออก บริเวณแยกแบริ่ง น้ำท่วมสูง การจราจรติดขัด ท้ายสะสมแยกศรีอุดม ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ รายงานว่า พื้นที่กรุงเทพฯ เกิดฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้ที่จุดวัดสถานีสูบน้ำคลองบางนา-ถนนศรีนครินทร์ เขตบางนา 141 มิลลิเมตร สถานีสูบน้ำช่องนนทรี เขตยานนาวา 755 มม สถานีสูบน้ำพระราม 4 เขตคลองเตย 695 มม ทั้งนี้ มีน้ำท่วมขังถนนสายหลัก ดังนี้ 1ถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง 2ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ ช่วงคลองบางจาก 3ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ บริเวณคลองบางขี้เก้ง-วงเวียน 4ถนนศรีนครินทร์ ช่วงวัดศรีเอี่ยม 5ถนนเกษมราษฎร์ บริเวณทางรถไฟ-กรมศุลกากร 6เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ ช่วงซอย 8 และ 7ถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณคลองบางนา-สำโรง นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม กล่าวว่า เป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ว่า ภายใน 1-2 วันนี้จะมีฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่ง กทมได้เตรียมแผนรองรับ อาทิ พร่องน้ำ ลดระดับในคลองสายหลักต่างๆ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมา จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วหรือหน่วยเบสท์ประจำตามจุดต่างๆ คอยให้ความช่วยเหลือประชาชน กรณีที่มีน้ำท่วมขังถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง เขตบางนา เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นเกิดฝนตกตั้งแต่ 0200 น และเริ่มตกเบาบางเวลาประมาณ 0700 น ปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้กว่า 130 มม ซึ่งถือว่าตกหนักทำให้เกิดน้ำรอระบาย แต่เจ้าหน้าที่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่กลับสู่ภาวะปกติช่วงเวลา 0815 น ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน โพสต์ข้อความระบุว่า เช้านี้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บางนา ศรีนครินทร์ ที่มีฝนตกสะสมมากถึง 127 มิลลิเมตร มีน้ำท่วมขังผิวจราจรในหลายจุด ทำให้มีปัญหาการจราจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ กทมกำลังเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชน ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหาครับ สมุทรปราการ เกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนถึงสว่าง ถนนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการหลายสายไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ทัน ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายอยู่บนผิวการจราจรสูงกว่า 30 เซนติเมตร โดยเฉพาะบนถนนศรีนครินทร์ ช่วงตั้งแต่สี่แยกศรีเทพายาวมาจนถึงทางเข้าซอยแบริ่ง และต่อไปยังเชิงสะพานข้ามแยกลาซาล มีน้ำขังสูงกว่า 20-30 เซนติเมตร รถเล็กสัญจรได้ลำบาก มีรถจอดเสียหลายคัน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ปริมาณน้ำยังไหลทะลักเข้าท่วมปั๊มน้ำมันหลายแห่งที่อยู่ริมถนนศรีนครินทร์และตามซอยต่างๆ กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน กับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม จนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีสภาพอากาศแปรปรวนโดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่วนภาคเหนือมีกระแสลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็น ส่วนในช่วงวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงได้อีก 3-5 องศาเซลเซียส ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 1-6 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง【อ่านข้อความเต็ม】
z5f | 2021-08-02 | อ่าน(900) | แสดงความคิดเห็น(915)
ถอดบทเรียนการดูแลผู้สูงอายุ รพสตบ้านทำเนียบที่สุราษฎร์ 01 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
l6d | 2021-08-02 | อ่าน(249) | แสดงความคิดเห็น(340)
เจอเอกสารลับสุดยอดของรัฐบาลออสซี่ในตู้เอกสารมือสอง 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 20:49 น เอบีซีรายงานเรื่องราวที่สร้างความอับอายต่อรัฐบาลออสเตรเลีย เมื่อเอกสาร ลับสุดยอด และเอกสารลับของรัฐบาลออสเตรเลียนับพันฉบับ ถูกพบจากตู้เอกสารที่ขายให้ร้านขายของเก่า【อ่านข้อความเต็ม】
lxz | 2021-08-02 | อ่าน(657) | แสดงความคิดเห็น(780)
หวย 30 ล้านบาทอลวน พลิกอีกรอบ ผบชภ7 ตั้งโต๊ะแถลงไล่เรียงตั้งแต่สลากออกจากสนามบินน้ำ เชื่อพยานบุคคล ครูปรีชา เป็นเจ้าของหวย ลุงจรูญ แค่เก็บได้ เตรียมจัดหนักทั้งยักยอกทรัพย์หรือรับของโจร ทนายตั้ม ลั่นไม่ท้อ ชี้มหากาพย์เพิ่งแค่เริ่ม!เมื่อวันที่ 31 มกราคม มีประเด็นใหม่ในการอ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พย2560 จำนวน 5 มูลค่ารวม 30 ล้านบาท ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษใน จกาญจนบุรี กับ รตทจรูญ วิมูล อดีตนายตำรวจ ซึ่งเป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล หลังจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้แถลงผลพิสูจน์ลายนิ้วมือบนสลากไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มค ว่ามีแต่ลายมือของ รตทจรูญ โดยเมื่อเวลา 1400 น พลตทกิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบชภ7) แถลงสรุปคดีหาเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล 30 ล้านบาทว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนคดีนี้เมื่อวันที่ 12 ธค โดยมี 3 ประเด็นคือ 1เส้นทางลอตเตอรี่ 2แม่ค้าขายให้ครูปรีชาจริงหรือไม่ และ 3รตทจรูญได้ลอตเตอรี่มาอย่างไร ซื้อมาหรือเก็บได้ โดยเรื่องแรก เส้นทางลอตเตอรี่พบว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้จำหน่ายลอตเตอรี่มายังยี่ปั๊วสนามบินน้ำแล้วรวมชุด โดยมีพยานยืนยันว่ายี่ปั๊ว 5 เจ้าขายให้ยี่ปั๊วสนามบินน้ำ จากนั้นแผงสนามบินน้ำขายให้แม่ค้าที่ตลาดเรดซิตี้ อเมืองกาญจนบุรี โดยมีพยานยืนยัน 3 ปาก จากนั้นแม่ค้าคนที่ 1 ขายต่อให้แม่ค้าอีกคนที่เปิดแผงในตลาดเรดซิตี้พลตทกิตติพงษ์แถลงต่อว่า ประเด็นที่สอง แม่ค้าขายให้ครูปรีชาจริงหรือไม่ จากการสอบสวนและตรวจสอบพบว่า แม่ค้าอีกคนขายให้ครูปรีชาจริงตามพยานหลักฐาน และประเด็นที่สาม ที่ว่า รตทจรูญซื้อหรือเก็บลอตเตอรี่ได้นั้น จากการสืบสวน รตทจรูญไม่ยืนยันซื้อจากแม่ค้าคนใด แต่เจ้าหน้าที่มีพยานยืนยันว่า รตทจรูญเก็บได้ จึงเชื่อว่า รตทจรูญเก็บลอตเตอรี่ได้เมื่อถามว่า มีคลิปภาพที่อ้างว่าเห็น รตทจรูญเก็บลอตเตอรี่หรือไม่ พลตทกิตติพงษ์ตอบว่า ยังไม่เห็นคลิป มีแค่พยานบุคคลระบุว่าหมวดจรูญลงไปเก็บ แต่ตรวจสอบกล้องแล้วไม่พบอะไร เพราะผ่านไปนานเกินไป ซึ่งหากใครมี ก็สามารถเอามาให้ได้ ส่วนที่ครูปรีชาบอกว่ามีภาพกล้องวงจรปิดตำรวจ ก็ยังไม่ได้รับ แต่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่ามีอยู่จริงขณะที่ พลตตกฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบชภ7 ระบุว่า เห็นว่าคดีนี้มีมูล แต่ยังไม่ใช่การตัดสิน ซึ่งทีมสอบสวนจะออกหมายเรียกตัว รตทจรูญมาแจ้งข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์ หรือรับของโจร ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบ ซึ่งก็แล้วแต่ รตทจรูญจะให้การ และเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป โดยตำรวจได้หาข้อมูลอย่างละเอียดจนได้พยานเพิ่มเติมที่เห็นว่าแม่ค้าคนที่ 2 ขายสลากให้ครูปรีชา และพยานอีกคนที่บอกว่า รตทจรูญเป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ และการให้การของพยานฝั่งครูปรีชา ก็ยังไม่มีพยานหลักฐานว่ามีขบวนการให้การเท็จเมื่อถามว่า พยานบุคคลเชื่อถือได้แค่ไหน พลตทกิตติพงษ์ตอบว่า ถ้าเขาไม่ได้ถูกขู่เข็ญบังคับ ทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนในฐานะพยาน ตรวจสอบพยานแล้วยังไม่พบพิรุธ โดยกรณีนี้มีหลักฐานจากยี่ปั๊วว่ามีหวยชุดอยู่สามชุด ขายไปแล้วสองชุด เหลือชุดเดียวอยู่ที่แม่ค้า และมีพยานซึ่งเป็นลูกค้าขาประจำของแม่ค้าพยายามจะซื้อ แต่แม่ค้าบอกว่าไม่ได้ มีคนขอซื้อไว้แล้ว และมีพยานอีกคนหนึ่งพยายามจะขอแบ่งสลากจากครูปรีชา ซึ่งครูปรีชาก็ไม่ให้เช่นกันเมื่อถามถึงกรณีครูปรีชาอ้างว่าเป็นเจ้าของ แต่ครูปรีชากลับขอแบ่งเงินรางวัลคนละ 15 ล้าน เป็นเพราะเหตุใดนั้น ก็ไม่มีการชี้แจง โดยระบุว่าเพียงว่าอยู่ในสำนวน พร้อมย้ำว่าการสอบสวนที่ผ่านมาสอดคล้องกัน ยังไม่พบพิรุธ ซึ่งมีพยานอีกเยอะที่ไม่ได้ออกสื่อ รวมถึงพยานที่แต่ละฝ่ายอ้างว่ามี แต่ยังมาไม่ถึงตำรวจนั้น ทางตำรวจคาดไว้แล้วว่าจะเอาใครเป็นพยาน ส่วนหลักฐานที่มีก็ต้องว่าไปตามนี้ก่อน แต่หากมีอะไรจริงๆ คดีนี้ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ พลตทกิตติพงษ์สรุปว่า คดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจมาก ตั้งแต่รับราชการมา เป็นคดีที่ได้รับความสนใจที่สุด ซึ่งตำรวจได้ทำคดีอย่างรอบคอบ คัดเลือกพนักงานสอบสวนอย่างเป็นกลาง รวมทั้งได้รับคำสั่งการที่จะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และเอาความจริงมาให้ได้ ซึ่งเราก็พยายามตอบคำถามสื่อซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งหมด ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสินสำหรับบรรยากาศที่บ้านพักของ รตทจรูญ ภายในหมู่บ้านศิริชัย ซอย 5 ถนนกาญจนบุรี-อู่ทอง ตปากแพรก อเมืองกาญจนบุรีนั้น พบว่าขณะที่ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงข่าวสรุปคดีทุกคนในครอบครัวลุงจรูญอยู่ในบ้านเพื่อติดตามอย่างใกล้ชิด และภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น รตทจรูญเผยว่า ไม่หนักใจ พร้อมมั่นใจในความบริสุทธิ์ ใครจะพูดอะไรก็ช่าง เพราะเป็นคนซื้อเองกับมือ หรือเขาจะสืบสวนอย่างไร ไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว ตำรวจระบุครูซื้อ เป็นหน้าที่ของตำรวจในการสืบสวน ปลายทางอาจไม่ใช่ เพราะตนเองเป็นคนซื้อ ยืนยันมีพยานหลักฐาน โดยจะขอปรึกษาทนายในการนำพยานหลักฐานไปมอบให้พนักงานสอบสวน ยืนยันจะพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ส่วนเงินรางวัลได้ใช้ไปแล้ว 5 ล้านบาท เป็นค่าบ้าน 3 ล้านบาท ยืนยันผมไม่คืน ผมเป็นคนซื้อลอตเตอรี่มา ผมเป็นเจ้าของ จะไปคืนเขาทำไม รตทจรูญกล่าว ขณะที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันว่า อย่าเพิ่งสิ้นหวังกับกระบวนการยุติธรรม อย่าเพิ่งหมดกำลังที่จะต่อสู้ ขอให้เชื่อมั่นในตัวตนเอง เชื่อมั่นในมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ และเชื่อมั่นในความจริงความถูกต้อง เพราะคดีนี้จริงๆ แล้วไม่มีอะไรยุ่งยากเลย เรื่องราวที่ยืดเยื้อบานปลายจนต้องกลายเป็นคดีที่คนทั้งประเทศจับตามองนี้ เพราะมีนายตำรวจระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง หลายคนอาจท้อแท้ สิ้นหวัง เพราะทุกคนอยากเห็นสังคมไทยมีความยุติธรรมที่จับต้องได้ แต่กลับเหมือนไร้ซึ่งหนทาง และในเวลาเดียวกันยังมีอีกหลายคนที่ยังคงมีความหวัง และไม่ทิ้งพลังศรัทธานั้น เช่นเดียวกับผม ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ยังศรัทธาในความถูกต้อง ฉะนั้นพวกเราทุกคนต้องสู้ไปด้วยกัน ก้าวไปพร้อมกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น อย่ายอมให้อิทธิพลมืดเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างเราๆ นายษิทรากล่าวทนายตั้มย้ำอีกว่า จงอย่าท้อ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จับมือไปด้วยกัน แม้การต่อสู้ครั้งนี้จะยากลำบากไปบ้าง ต้องเหนื่อยเกินกว่าความจำเป็นไปหน่อย ต้องสู้กับอิทธิพลมืดที่มองไม่เห็น แต่เชื่อว่าคนไทยต้องทำได้และทำได้ดีด้วย หากพวกเราร่วมแรงร่วมใจกัน ขอขอบคุณหลายๆ ท่านที่ส่งเบาะแส ข้อมูลต่างๆ มาให้ ทุกข้อมูลเป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดี การต่อสู้ครั้งนี้เดิมพันด้วยความหวังของคนทั้งประเทศที่รักความถูกต้อง ศึกครั้งนี้ยังไม่จบ วันนี้มหากาพย์คดีหวย 30 ล้านบาทเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น【อ่านข้อความเต็ม】
l6x | 2021-08-01 | อ่าน(1) | แสดงความคิดเห็น(592)
เจอเอกสารลับสุดยอดของรัฐบาลออสซี่ในตู้เอกสารมือสอง 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 20:49 น เอบีซีรายงานเรื่องราวที่สร้างความอับอายต่อรัฐบาลออสเตรเลีย เมื่อเอกสาร ลับสุดยอด และเอกสารลับของรัฐบาลออสเตรเลียนับพันฉบับ ถูกพบจากตู้เอกสารที่ขายให้ร้านขายของเก่า【อ่านข้อความเต็ม】
dtb | 2021-08-01 | อ่าน(744) | แสดงความคิดเห็น(666)
ยากเอ่ยคำ กลั่นจากอก แต่พลัน จันทร์ตรีโกณอังคาร ณ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา ตรงกับพุธ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ คสชจำเอ่ย ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะจะจะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะฝากกับสื่อว่า อยากให้ดูว่า ผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปี ได้ทำอะไรไว้บ้าง? ครับคืนวาน อาถรรพณ์สรรพคราสเค้นจันทร์ร้องไห้จนน้ำตาเลือดอาบฟ้า โหราจารย์บอกว่า ระวัง จะเป็นน้ำตาจากทุกข์ทนหม่นไหม้ชาวประชา และนั่น นำสู่การ พลิกฟ้า-พลิกดิน อีกครั้ง ที่ไม่คาดกันมาก่อน! แต่สรุปว่า บ้านจะสุข เมืองจะมีสง่าราศี กับสิ่งดี-สิ่งใหม่! ไม่ต้องไปถอดรหัส หรือตีความกับวลี ผมพร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ ของพลเอกประวิตร คำพูดทหาร ชัด ตรงตัว ไม่อ้อมค้อม เมื่อท่านเอ่ยผ่านสื่อถึงสาธารณะว่า พร้อมจะไป ก็หมายความว่า ท่านตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจ ไปจากตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แน่นอน! เพราะเงื่อนไขการไป-ไม่ไปของท่าน ที่ว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ นั้น มัน ชัด และ ใช่ อยู่แล้ว! มิใช่ ไม่ต้องการท่าน เพียงแต่ในสถานการณ์นี้ อยากให้ท่าน เห็นแก่สถานการณ์ สลับหน้าชน บ้างเท่านั้น! ๕๐ ปี ในงานราชการทหาร และอีก ๓ ปี ๘ เดือน ในงานรัฐบาล คสช เพื่อส่วนร่วม เพื่อธำรงความมั่นคงประเทศและสถาบัน พลเอกประวิตร ท่าน เสียสละ เพื่อสิ่งนั้น เป็นที่ประจักษ์มามากแล้ว และการประกาศ จะไปจากตำแหน่งนี้ นี่ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง อาจหาญยิ่งใหญ่ พิสูจน์ชายชาติทหารในการเสียสละของท่าน ในเมื่อประชาชน พอใจ-ต้องการ ให้น้องร่วมสาบานท่าน เป็น กระบี่เดียวค้ำฟ้า มีอันใดเล่า ที่พี่ใหญ่จะไม่ยินดี!? น้องสำเร็จ เท่ากับพี่สำเร็จ ในงานกอบกู้ ชาติ-ราชบัลลังก์ และสังคมชาติ ที่ร่วมเป็น-ร่วมตายด้วยกัน จาก ๒๒ พฤษภา ๕๗ ครั้งนี้ เพียงพี่ถอยตามยุทธวิธี จากแถวหน้า ไประวังหลังอยู่ในสถานะ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สลายแผน ฝ่ายตรงข้าม วืดไปทันที ตารุก-ตาฆาตในกระดานหมากจะเปิดโล่ง ให้ คสชทิ่มเบี้ย โคนเบียด ม้าสกัด สะกดด้วยเรือ รุกไล่ เดี๋ยวก็เหลือพื้นที่เดิน แค่ โรงพัก กับ ห้องรอประกัน เท่านั้นแหละ! ตลอดชีวิตท่าน ดูเหมือน เมื่อวาน (๓๑ มค๖๑) เป็นครั้งแรก ที่ท่านยืนหน้าไมค์ ด้วย ความในใจ ที่ถอดร้อยเรียงลงแผ่นกระดาษพร้อมสรรพ เป็นใครๆ ก็ไม่ง่ายเลย พูดน่ะไม่ยาก แต่การพูดเหมือนประกาศ ลาแล้ว จากตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล คสชประหนึ่ง จำใจ ต่อหน้าพี่น้องทหาร และบรรดานักข่าว มัน ยากจริงๆ ! ดังนั้น แม้ร่างไว้ล่วงหน้า แต่เมื่อถึงคราเอ่ยข้อความสำคัญสุดท้าย ก้อนแห่งความอัดอั้น จะระคนน้อยเนื้อต่ำใจ หรือคับแค้นอันใด ก็ยากเดา ท่านสะดุดตรงคำว่า ผมพร้อมที่จะจะอยู่ ๒-๓ ครั้ง ก่อนต่อประโยคให้สมบูรณ์ ด้วยเนื้อความว่า จะไปจากตำแหน่งนี้ ! อย่าว่าแต่เจ้าของคำเลย ผมเชื่อว่าผู้ฟังคำแทบทุกคนก็รู้สึกสะท้อน ด้วยเข้าใจ-เห็นใจท่าน เท่ากับที่ท่าน เข้าใจประชาชน และ เห็นน้ำใจ น้องเล็กของท่านที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ! ใครอยู่ในจุดนี้ ก็เหมือน พี่ใหญ่-น้องเล็ก คู่นี้ มันยากจริงๆ ทั้งการตัดสินใจ และการทำใจ ทำงานใหญ่ น้ำใจต้องไม่ฟุ่มเฟือย ถึงตอนนี้ ผมชักจะเข้าใจและเห็นใจท่านประธาน เหมาเจ๋อตง ว่าการปลดแอกประชาชนสู่ความเป็น จีน ยิ่งใหญ่วันนี้ สหายต้องตายให้สหาย ไปไม่รู้เท่าไหร่? เอาล่ะ เมื่อพี่ใหญ่ประกาศ พร้อมลาออก เช่นนี้ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล จะทำอย่างไรต่อไป? นี่ทั้งมิตร ทั้งศัตรู จ้องดูเขม็ง! พูดกันทางการเมือง รัฐมนตรีเมื่อประกาศต่อสาธารณะเช่นนี้ ถือว่า มีผล ในทางลาออกไปแล้ว แต่รัฐบาลเผด็จการ จะยึดธรรมเนียมปฏิบัตินั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่านนายกฯ ผมว่าพี่กับน้องคงได้หารือกัน ก่อนพี่ใหญ่จะตัดสินใจประกาศต่อสาธารณะเมื่อวาน ดังนั้น ไม่นานเกินการณ์ การสลับตัวเดิน ก็ต้องได้เห็น นายกฯ คงต้องนั่งควบเก้าอี้ รัฐมนตรีกลาโหม แทนพลเอกประวิตร ไปน่ะ ไม่ใช่ไปลับหรือไปเลย หากแต่ไปคุมทัพอยู่ใน บอร์ด คสช ซึ่งคุมนโยบายรัฐบาลอีกที! ผมขอย้ำ เรื่อง เลื่อนเลือกตั้ง นั้นน่ะ ประชาชนไม่ซีเรียส จะปลายปี ๖๑ หรือต้นปี ๖๒ ไม่ต่างกันตรงไหน และก็พอเข้าใจ ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมก็ต้องเลื่อน โดยทิ้ง ช่วงห่าง ไว้แบบนี้ เพราะอะไรน่ะหรือ? คืออย่างที่ผมเคยคุยตรงนี้ไป ๒-๓ ครั้งแล้ว บ้านเมืองอยู่ในช่วงรอยต่อแผ่นดิน งาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผ่านไปแล้วก็จริง แต่ขณะนี้ อยู่ในช่วงรื้อถอนและย้ายพระเมรุมาศออกจากท้องสนามหลวง ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอาคารจัดแสดงนิทรรศการที่ จปทุมธานี ใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน ตามกำหนด ราวๆ กลางเดือนมีนา ๖๑ นั่นแหละ จะแล้วเสร็จ และส่งมอบพื้นที่ให้ กทมปรับแต่งภูมิทัศน์ต่อไป แต่ที่สำคัญสูงสุด ต้องไม่ลืม บ้านเมืองยังมีพระราชพิธีสำคัญยิ่ง ที่ต้องกระทำต่อจากนี้รออยู่พระราชพิธีหนึ่ง คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐ คงจำกันได้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร องค์พระรัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พศ๒๔๖๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธย เนื่องในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หมายความว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างไปสู่ขั้นตอน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อมีพระราชพิธีแล้ว จึงจะขานพระนามพระองค์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็น ในหลวง รัชกาล ที่ ๑๐ ครบถ้วน สมบูรณ์ ทุกประการ ส่วนจะกำหนดวันไหน เมื่อไหร่ เป็นพระราชวินิจฉัย ในทางรัฐบาล เท่าที่ทราบ รองฯ วิษณุ เครืองาม มอบให้ กระทรวงวัฒนธรรม จัดเตรียมงานเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว เมื่อกลางเดือนมกรา พระราชพิธีสำคัญยิ่งเช่นนี้ พูดถึงด้านรัฐบาล ต้องตระเตรียมต้องติดต่อประสาน ทั้งในและนอกประเทศมากมาย พูดกันจริงๆ งานระดับนี้ ๖ เดือน เพื่อการเตรียมให้พร้อม ไม่แน่ว่าจะพอ ดังนั้น ถ้าจะกำหนดวันเลือกตั้ง ตามที่กะการณ์ไว้เดิมว่า ราวๆ เดือนพฤจิกา เสี่ยงมาก ที่งานพระราชพิธี กับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้ง อาจประจวบเวลาคาบเกี่ยวกัน ซึ่งไม่เหมาะสมเลย อีกทั้ง เมื่อประกาศวันเลือกตั้ง รัฐบาลก็จะอยู่ในฐานะ รักษาการ ไม่ถูกต้อง-ไม่เหมาะสมเช่นกัน ถ้าพระราชพิธีสำคัญยิ่งนั้น ผู้รับสนองพระราชโองการ จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เมื่อตรองตามนี้ ผมเข้าใจ และเห็นในความจำเป็น ที่ต้องเลื่อนเลือกตั้งด้วยเงื่อนไข ประกาศกฎหมายเลือกตั้งไปก่อน ๙๐ วัน แล้วจึงจะมีผลบังคับใช้ ส่วนจะเลือกตั้งวันไหน ค่อยว่ากันต่อจากนั้น? เป็นเรื่องความรอบคอบของรัฐบาล บนความรับผิดชอบ มากกว่าเป็นเล่ห์-เป็นเหลี่ยม หวังอยู่ในอำนาจเผด็จการนานๆ ก็อยากให้ตรองกันตามนี้ และไอ้พวกกเฬวรากแผ่นดิน ที่กระดี๊-กระด๊า นึกว่ารัฐบาลประยุทธ์ขาลง แล้วแห่กันรุมทึ้งนั่นน่ะ ต่อให้พ่อมึงทั้งยูเอ็นยกมามะรุมมะตุ้มด้วย จะแจก กล้วย เป็นซูวีเนียร์ให้คนละใบ! 【อ่านข้อความเต็ม】
6ll | 2021-08-01 | อ่าน(179) | แสดงความคิดเห็น(615)
กระดูกพรุน ถือเป็นภัยเงียบที่คุณหมอมักจะคอยเตือนบรรดาผู้สูงวัย โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรีที่ผ่านการมีบุตรมาแล้วก็จะมีภาวะเสี่ยงมากกว่า ดังนั้น การเรียนรู้ในการออกกำลังกายเพื่อช่วยลดภาวะกระดูกพรุน จึงเป็นสิ่งที่ควรเริ่มต้นกันตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าเราจะยังอายุแค่ 30 ต้นๆ ก็ตาม สำหรับการออกกำลังเพื่อป้องกันกระดูกพรุนดีที่สุดเรียว่า weight bearing หรือการออกกำลังที่มีแรงกระตุ้นไปยังกระดูกและกล้ามเนื้อโดยตรง ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้น้ำหนักตัวเองช่วยในการออกกำลังกาย เช่น การเดิน การย่ำเท้าอยู่กับที่ รำมวยจีน ขี่จักรยานค่ะ【อ่านข้อความเต็ม】
nj4 | 2021-08-01 | อ่าน(37) | แสดงความคิดเห็น(68)
สำนักงานอัยการสหรัฐและคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ สั่งสอบเรื่องที่แอปเปิลทำให้โทรศัพท์ไอโฟนรุ่นเก่าทำงานช้าลง【อ่านข้อความเต็ม】
zfj | 2021-07-31 | อ่าน(539) | แสดงความคิดเห็น(707)
หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
f4d | 2021-07-31 | อ่าน(782) | แสดงความคิดเห็น(624)
หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-08-03

faz123 1️⃣2021| เกม สล็อต ค่าย 888 1️⃣2021| bet slot pg 1️⃣2021| kiss918 download 2020 1️⃣2021| easy slotxo1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี pussy888 1️⃣2021| v9bet ฟรี เครดิต 1️⃣2021| w88 ฟรี เครดิต 1️⃣2021| win55 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| slot ฝาก 100 ฟรี 100 1️⃣2021| 10 รับ 100 live221️⃣LOOK618| ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา ระบบ ออ โต้ วอ เลท 1️⃣2021| major16881️⃣LOOK618| atm th slot1️⃣M98| แค่ ยืนยัน เบอร์1️⃣LOOK618| สล็อต ฝาก ถอน ออ โต้ 1️⃣2021| ฝาก 100 รับ ฟรี ส ปิ น 1️⃣2021| ww55 casino1️⃣M98| สล็อต ฝาก 501️⃣M98| เครดิต ฟรี แค่ กรอก เบอร์ ใหม่ ล่าสุด1️⃣M98| slotxo เกม ยิง ปลา1️⃣M98| ไฮโล ออนไลน์ ดี ที่สุด1️⃣LOOK618| โหลด เกมส์ สล็อต xo 1️⃣2021| ฝาก 10 รับ 100 ล่าสุด1️⃣LOOK618| มาเฟีย 88 1️⃣2021| slot joker ฝาก 20 รับ 1001️⃣LOOK618| slotxo 311 1️⃣2021| slotxo 2021 1️⃣2021| สล็อต xo ซอมบี้1️⃣LOOK618| b2y เครดิต ฟรี 1️⃣2021| เกมส์ ฟรี เครดิต 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ ล่าสุด 20201️⃣M98| ufa pj 8881️⃣LOOK618| ยิง ปลา วอ เลท1️⃣M98| 123 คา สิ โน1️⃣M98| เกม หมุน วง ล้อ ฟรี1️⃣M98| ทาง เข้า ufabet888 ทาง เข้า1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี 100 บาท สำหรับ สมาชิก ใหม่ scr888th 1️⃣2021| ค่าย สล็อต1️⃣M98| 1688 เซ็กซี่ บา คา ร่า 1️⃣2021| slotbigwin1681️⃣LOOK618| บา คา ร่า 99881️⃣LOOK618| 1 รับ 100 วอ เลท1️⃣M98| สมัคร เล่น ป๊อก เด้ง1️⃣M98| เว็บ mm88rich1️⃣LOOK618| บา คา ร่า w888 1️⃣2021| ฝาก 50 รับ 100 บา คา ร่า1️⃣M98| slotxo 20 รับ 1001️⃣LOOK618| สมัคร ขั้น ต่ํา 201️⃣M98| ยิง ปลา ฟรี ได้ เงิน จริง1️⃣M98| xo44 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 20 บาท ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| ufabet vip 771️⃣M98| สมัคร สล็อต เว็บ ไหน ดี 1️⃣2021| asia357 ทาง เข้า 1️⃣2021| ฝาก 50 รับ 100 ไม่ ต้อง ทํา เทิ ร์ น ล่าสุด1️⃣LOOK618| xo44 1️⃣2021| bet888 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| โปร ค่า สิ โน1️⃣LOOK618| mafia4881️⃣M98| pg โอน วอ เลท1️⃣M98| sa1688 sagame1️⃣M98| slotv9 slotxo1️⃣LOOK618| gclub 9999 1️⃣2021| avenger98 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| 918 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| ฝาก 50 ฟรี 100 ไม่ ต้อง ทํา เท ริน1️⃣LOOK618| คา สิ โน ผ่าน วอ เลท 1️⃣2021| เล่น บา คา ร่า ออนไลน์ เว็บ ไหน ดี1️⃣LOOK618| ufax10 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| joker777 ฟรี เครดิต1️⃣M98| pg slot ทาง เข้า1️⃣M98| ฝาก ขั้น ต่ํา 20 บาท1️⃣LOOK618| คา สิ โน ออ โต้ 1️⃣2021| 777slot vip 1️⃣2021| slotxo236 1️⃣2021| สูตร บา ค่า ร่า 4 แถว 1️⃣2021| เครดิต สล็อต 1️⃣2021| 678xo 1️⃣2021| ufa texas 891️⃣LOOK618| ฝาก แรก ของ วัน 19 รับ 1001️⃣M98| pussy888 เล่น ผ่าน เว็บ 1️⃣2021| รับ เครดิต ฟรี 200 1️⃣2021| 2pig slot 9181️⃣M98| panda888 slot 1️⃣2021| เว็บ บา คา ร่า สมัคร ได้ เงิน ฟรี1️⃣M98| atm th slot1️⃣M98| joker sure88 1️⃣2021| ฝาก 10 รับ 100 ล่าสุด 2021 pg1️⃣LOOK618| สล็อต โร ม่า ฟรี1️⃣LOOK618| เกม ฟรี ได้ เงิน จริง1️⃣LOOK618| slot ฝาก 100 รับ 2001️⃣LOOK618| สล็อต เครดิต ฟรี 50 ถอน ได้ 300 1️⃣2021| โมบาย โจ๊ก เกอร์1️⃣M98|